ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

Theme ของการลงทุน เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การลงทุนระยะยาวหรือ “ระยะกลาง” นั้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ เราจะต้องมองหา Trend หรือแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นแล้วและจะดำเนินต่อไปอย่างน้อยในระยะเวลาหนึ่งที่เราสามารถเชื่อมั่นได้ จากนั้นเราก็ควรจะสร้างเรื่องราวและแนวความคิดในการลงทุนหลัก หรือบางทีเรียกว่าเป็น “Theme” ของการลงทุน ว่าเราจะลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนและตัวไหนและด้วยวิธีใดที่จะทำให้หุ้นและพอร์ตลงทุนของเราได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว การลงทุนแบบนี้ถ้าเราทำได้ถูกต้อง ผลตอบแทนของเราก็จะดีเลิศ แต่ถ้าผิดพลาดเราก็อาจจะแย่ได้เหมือนกันเพราะหุ้นจำนวนมากหรือส่วนใหญ่ของเราอยู่ในกลุ่มของหุ้นที่มีคุณสมบัติและพฤติกรรมคล้าย ๆ กัน ดังนั้น การวิเคราะห์จะต้องละเอียดรอบคอบ ประเด็นสำคัญก็คือ เทรนด์นั้นจะต้องไม่พลาด ในส่วนของหุ้นรายตัวที่เราเลือกนั้น ถ้าทำได้ถูกต้องก็จะได้ผลตอบแทนยอดเยี่ยม แต่ถ้าผิดก็คงต้องดูต่อไปว่าบริษัทนั้นเกิด “หายนะ” หรือไม่ เพราะในบางอุตสาหกรรมเช่นไฮเท็คนั้น “ผู้แพ้” มัก “ตาย” แต่ในบางธุรกิจผู้ “ไม่ชนะ” ก็ยังอาจจะอยู่รอดได้ นี่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องวิเคราะห์เช่นกัน

            Theme ของการลงทุนนั้น อาจจะมีได้มากมายและไม…
โพสต์ล่าสุด

เหนือกว่ามนุษย์ เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

เรื่องของ “หุ่นยนต์” และระบบออโตเมติกที่สามารถทำงานได้รวดเร็วและดีกว่ามนุษย์นั้นน่าจะเริ่มมาไม่น้อยกว่า 50 ปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนว่าหุ่นยนต์ได้รับการกล่าวขวัญมากขึ้น เนื่องจากเหตุผลที่ว่ามัน “ฉลาด” ขึ้นมากจนสามารถเอาชนะมนุษย์ในการแข่งขันเกมโกะซึ่งเป็นเกมหมากกระดานที่มีความซับซ้อนมากจนไม่มีใครคิดว่าคอมพิวเตอร์หุ่นยนต์จะสามารถเอาชนะแชมป์ระดับโลกได้แม้ว่ามันจะสามารถเอาชนะในการแข่งหมากรุกกับแชมป์โลกได้มานานแล้ว ความสามารถของหุ่นยนต์คอมพิวเตอร์หรือที่เราเรียกว่า Artificial Intelligent (AI) หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” นี้ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเพิ่มขึ้นของความสามารถของทรานซิสเตอร์ที่ใช้ในการคำนวณในคอมพิวเตอร์ที่เป็นไปอย่างก้าวกระโดดตาม “กฎของ Moore” ซึ่งทำนายตั้งแต่ปี 1965 ว่าความสามารถในการคำนวณของคอมพิวเตอร์จะเร็วขึ้นเท่าตัวในทุกปีและจะโตแบบนั้นต่อเนื่องไปเป็นทศวรรษ คำทำนายของ Moore ซึ่งเป็นอดีตผู้ก่อตั้งบริษัท Intel ยักษ์ใหญ่ในวงการผลิตชิพเซมิคอนดักเตอร์นั้น ยังคงดำรงมาเรื่อยจนถึงปัจจุบันแม้ว่าความสามารถในการคำนวณของคอมพิวเตอร์จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวในทศวรรษต่อมาในอัตราที…

นักวิเคราะห์ VS นักลงทุน โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

สิ่งที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการลงทุนแบบ VI ก็คือ การวิเคราะห์ธุรกิจหรือบริษัทและความคุ้มค่าของราคาหุ้นที่จะซื้อ เพราะถ้าวิเคราะห์ได้ถูกต้องแล้ว การขายหุ้นก็จะง่ายและโอกาสทำกำไรและสร้างผลตอบแทนที่ดีก็จะสูงในระยะยาวอย่างน้อย 3-5 ปี

            คำถามก็คือ เราจะอาศัยบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ของโบรกเกอร์มาเป็นเครื่องมือในการลงทุนแบบ VI ได้ไหม เพราะสิ่งที่เราพูดถึงนั้น นักวิเคราะห์ต่างก็สรุปไว้อย่างละเอียดแล้ว เขาแนะนำไว้ทุกครั้งว่าหุ้นตัวนั้นควรจะซื้อหรือถือหรือขาย ว่าที่จริงนักวิเคราะห์ก็มักจะเป็นคนที่ศึกษาและติดตามบริษัทและตัวหุ้นมานาน นอกจากนั้นพวกเขาก็มักจะสามารถเข้าถึงตัวผู้บริหารและได้รับข้อมูลลึก ๆ เกี่ยวกับบริษัทที่ VI ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ ยิ่งไปกว่านั้น นักวิเคราะห์หลาย ๆ คนก็เป็นคนที่มีประวัติการเรียนที่ดีและตรงสายงาน ถ้าเทียบกับ VI ส่วนใหญ่รวมถึง “เซียน VI” ที่มีชื่อเสียงแล้ว พวกเขาน่าจะเหนือกว่า เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ นักวิเคราะห์นั้น ทำงานเต็มเวลาในขณะที่นักลงทุนรวมถึง VI นั้น น่าจะทำงานด้านการวิเคราะห์หุ้นน้อยกว่า

            คำตอบของผมก็คือ ผมเชื่อว่านักวิเคราะห์หุ้นส…

ลงทุนแบบ เบน เกรแฮม เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

Value Investor ที่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นไทยในช่วงประมาณ 10-15 ปีที่ผ่านมานั้น ผมคิดว่ามักอยู่ใน 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรกเน้นการลงทุนในหุ้น “ซุปเปอร์สต็อก” สไตล์แบบวอเร็น บัฟเฟตต์ ส่วนกลุ่มที่สองเน้นลงทุนหุ้นธรรมดาที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงสไตล์เบน เกรแฮม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในกลุ่มหลังนั้นจะฉีกแนวออกจากวิธีการของเบน เกรแฮมในแง่ที่ว่าพวกเขามักจะลงทุนในหุ้นตัวเล็กที่มีความไม่แน่นอนของผลประกอบการสูง ลงทุนแบบเน้นหนักในหุ้นน้อยตัวมากและมักจะซื้อขายหุ้นด้วยมาร์จินเต็มที่ นอกจากนั้นยังมีแนวทางการลงทุนอีกหลายอย่างที่ไม่เหมือนเกรแฮมเลย อาจจะพูดได้ว่าสิ่งเดียวที่เหมือนเบน เกรแฮมก็คือการวิเคราะห์หามูลค่าที่แท้จริงของหุ้นและซื้อเมื่อราคาต่ำกว่านั้นมาก ๆ และขายเมื่อหุ้นขึ้นไปเกินมูลค่าแล้ว

            สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนแปลงไป หุ้นซุปเปอร์สต็อกราคาไม่ถูกเลย ราคาหุ้นถึงจะไม่ลงมากแต่ก็ขึ้นช้ามาก ส่วนหุ้นตัวเล็กที่ถูกเล่นในแนวของเบนเกรแฮมนั้น หลายตัวมีราคาตกลงมามาก กำไรที่เคยทำได้หดหายลงไปไม่น้อย เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยนั้นแม้ว่าจะไม่ได้เกิดวิกฤติแต่ก็ชะลอตัวลงมาก…

การลงทุน-เกมน่าเบื่อ เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

เวลาพูดถึงเรื่องของการลงทุน คนทั่วไปรวมถึงนักลงทุนหรือคนเล่นหุ้นที่ยังเป็นมือใหม่มักจะคิดถึงกิจกรรมหรือการเล่นที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ เป็นกิจกรรมที่ “ดุเดือดเลือดพล่าน” ที่นักลงทุนหรือคนเล่นหุ้นต้องมีไหวพริบและกลยุทธ์หรือกลเม็ดเด็ดพรายรอบตัวที่เหนือกว่าคนอื่น นอกจากนั้น พวกเขาก็ยังต้องมีความรวดเร็วตัดสินใจเด็ดขาดได้แบบนาทีต่อนาที จิตใจต้องเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว บางทีก็ต้องพร้อมที่จะ “ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต” บางครั้งก็สามารถ “ทุ่มสุดตัว” ได้ทันทีเมื่อ “โอกาสมาถึง” เรื่องราวหรือ Story ของการลงทุนแต่ละครั้งของนักลงทุนแต่ละคนโดยเฉพาะที่เป็น “เซียน” ดูมีสีสันน่าตื่นเต้น บางครั้งทำกำไรมโหฬารในเวลาอันสั้น บางคนก็พลาดเสียหายหนัก ทั้งหมดนั้นดูเหมือนว่าเป็นเรื่องของฝีมือและ/หรือโชคบ้าง เกมของการลงทุนนั้นดูเหมือนไม่มีใครคิดว่าน่าเบื่อเลย คนคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนุกและคนจำนวนมากอยากทำ อยากเลือกหุ้นลงทุน สนุกกับการ “ลุ้น” ว่าหุ้นจะขึ้นไปแค่ไหนและจะได้กำไรเท่าไร

            แต่ความเป็นจริงก็คือ ภาพที่เห็นอาจจะไมตรงกับความเป็นจริง ความน่าตื่นเต้นเร้าใจอาจจะไม่ได้แปลงออกมาเป็นผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลง…

เช็คสต็อก โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การลงทุนในช่วงเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนว่าจะน่าเบื่อและ “เงียบเหงา” อย่างที่แทบจะไม่เคยพบเจอสำหรับนักลงทุนจำนวนมากที่เคย “สนุกสนาน” และมีความสุขกับการลงทุนมาตลอดหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เหตุผลก็เพราะว่าดัชนีหุ้นไม่ค่อยจะขยับไปไหนไกลและที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ หุ้นและพอร์ตหุ้นที่ตนเองถืออยู่นั้นไม่ได้ปรับตัวขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว บ่อยครั้งกว่าก็คือหุ้นค่อย ๆ ตกลงมาเป็นระยะ บางช่วง เช่นช่วงที่ใกล้ประกาศงบก็จะตกลงมาหนัก การ Rebound หรือการฟื้นตัวกลับก็ไม่แรงเท่า แต่หลังจากนั้นหุ้นก็กลับสู่ขาลงอีก สำหรับคนที่มีเงินสดและกลับเข้ามาซื้อหุ้นเองนั้น ผลก็ไม่ดีไปกว่าพอร์ตที่มีอยู่ ซื้อแล้วหุ้นก็มักจะไม่ทำกำไรอย่างที่เคยเป็นในสมัยที่ตลาดหุ้นบูมหรือคึกคัก ราคาหุ้นช่วงที่ซื้ออาจจะปรับตัวขึ้นบ้างเพราะ “แรงซื้อ” ของตนเอง แต่หลังจากเลิกซื้อแล้วราคาก็มักจะถอยกลับลงมา อาการที่ “ซื้อตัวไหนตัวนั้นก็ขึ้น” ของนักลงทุนรายใหญ่ “เมื่อเทียบกับตัวหุ้น” ก็เริ่มหายไปนั้น เป็นสัญญาณว่าเราควรจะต้องหันกลับมาตรวจสอบหุ้นในพอร์ตที่มีอยู่ในมือว่าสถานะพอร์ตลงทุนของเราเป็นอย่างไร พูดง่าย ๆ เราควร “เช็คสต็อก” ว่าพอร์ตของเรามีหุ้นแบบไหนบ้างแ…

จิ๊กซอว์หุ้น เขียนโดย คุณวีระพงษ์ ธัม

เกมตัวต่อจิ๊กซอว์ คือ เกมโบราณที่เรียบง่ายที่สุดเกมหนึ่งบนโลกนี้ ไม่จำเป็นต้องอ่านวิธีเล่นก็เข้าใจได้ น่าประหลาดว่าว่ามันแฝงปรัชญา วิธีคิดมากมายซึ่งคล้ายกับวิธีการลงทุนในหุ้นอย่างมาก และผมคิดว่าปรัชญานี้คือหนึ่งใน “หัวใจ” ของการประสบความสำเร็จในหุ้น ศาสตร์การลงทุนเราต้อง “ฝึกต่อภาพ” หรือ “เชื่อมโยง” ข้อมูลที่มีอยู่เข้าหากันเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อให้ข้อมูลที่มีอยู่มีประสิทธิภาพ และถูกต้องมากที่สุด การมีจิ๊กซอว์หนึ่งชิ้นเราอาจจะตอบไม่ได้ดีนักว่ามันคือภาพอะไร แต่ก็ถ้าเรา “ต่อภาพ” ให้กว้างขึ้นจนครบถ้วนสมบูรณ์ เราจะบอกคำตอบได้ดีกว่ามาก สาเหตุที่การลงทุนเป็นศิลปะเพราะการเสน่ห์ของการเชื่อมโยงนี่เอง Investing is just connecting things มันคือเกมที่ชื่อว่า “จิ๊กซอว์หุ้น”

            การลงทุนคือ “ศาสตร์แห่งการคาดเดาอนาคต” กำไรของเราจะขึ้นกับอนาคตทั้งสิ้น ส่วนที่ยากของการลงทุนคือมันเป็นเกมจิ๊กซอว์ ที่เราไม่เห็นกล่องว่าภาพนั้นคือภาพอะไร จุดเริ่มต้นเราจึงไม่ต่างจาก “คนตาบอดคลำช้าง” ที่ลองผิดลองถูก ไปตาม “ข้อมูล” ที่ได้รับ เพื่อจะ “จินตานาการ” ภาพข้างหน้า ปัญหาหลักของความผิดพลาดในการลงทุน คือเราจะ…