ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กลยุทธ์สร้างพอร์ตหุ้น / โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

เวลาที่คิดจะลงทุนในตลาดหุ้นผมมักจะจินตนาการเหมือนว่ากำลังส่งกองทัพไปทำสงครามในสนามรบแห่งหนึ่งโดยมีตัวผมเองเป็นเสนาธิการ   เรื่องแรกที่ผมจะต้องคิดก็คือ  วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ต้องการบรรลุนั่นก็คือเรื่องของผลตอบแทนที่จะได้รับถ้าชนะสงคราม—หรือแพ้  โดยทั่วไปกฎของผมก็คือกฎของสงครามนั่นคือ  เราต้องไม่แพ้  ถ้าคิดว่ามีโอกาสแพ้พอสมควรผมก็จะไม่เข้า    เรื่องที่สองก็คือผมจะต้องประเมิน “สนามรบ” หรือชัยภูมิหรือสถานที่ที่จะเข้าตี  ผมจะต้องดูว่ามันอยู่ในทำเลที่ยากมากน้อยแค่ไหน  มันเอื้ออำนวยหรือมันเป็นเนินเขาสูงที่มีป้อมปราการทำให้คนที่เข้าไปอยู่ในจุดที่เสียเปรียบและเอาชนะได้ยากหรือไม่  เพราะผมเชื่อในกฎของสงครามที่ว่า  คนที่เข้าไปตีข้าศึกหรือเป็นฝ่ายรุกนั้นจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าฝ่ายรับหลายเท่า   เรื่องสุดท้ายในฐานะของเสนาธิการก็คือ  ผมจะต้องกำหนดกลยุทธ์การศึกที่จะทำให้ผมบรรลุเป้าหมายในการทำสงคราม

            เปรียบเทียบกับการลงทุนในตลาดหุ้นที่ผมทำอยู่ในตลาดหุ้นไทยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา  ผมเริ่มมีความรู้สึกเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้นน่าจะถดถอยลงมาก  ในระยะยาวต่อ…
โพสต์ล่าสุด

ความฝันของคนกินเงินเดือน / ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

นักลงทุน “ผู้มุ่งมั่น” ที่ประสบความสำเร็จในช่วงประมาณเกือบ 10 ปีที่ผ่านมานั้น  รวมถึงนักลงทุนหน้าใหม่ที่กำลัง  “อิน” หรือสนใจและศึกษาการลงทุนอย่างจริงจังในช่วงเร็ว ๆ  นี้  ต่างก็มักจะมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนในหุ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องยาวนานจนถึงจุดที่ตนเอง  “มีอิสรภาพทางการเงิน” และสามารถลาออกจากงานประจำในฐานะ  “คนกินเงินเดือน”  หรือการเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือองค์กรที่ตนเองทำงานอยู่   “อิสรภาพทางการเงิน” ในความหมายที่เป็นที่ยอมรับก็คือ  การที่เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามปกติโดยอาศัยแต่รายได้จากการลงทุนและเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวไปตลอดชีวิตโดยที่มีความเสี่ยงที่จะผิดพลาดน้อย  ผมเองเคยให้นิยามว่าเราควรจะต้องมีเงินอย่างน้อยเท่ากับ 200 เท่าของรายจ่ายประจำเดือนโดยเฉลี่ยและเงินนั้นจะต้องถูกลงทุนในจุดที่ถูกต้องซึ่งรวมถึงการที่จะมักจะต้องลงทุนในหุ้นเป็นหลักตลอดไป  พูดง่าย ๆ  ถ้าเราต้องการใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 20,000 บาท เราต้องมีพอร์ตหุ้นหรือพอร์ตลงทุนอย่างน้อย 4 ล้านบาท  ถ้าต้องการเดือนละ 100,000 บาท ก็ต้องมีเงิน 20 ล้านบาทขึ้นไป

ความเป็นอิสรภาพทางการเงินนั้น  ดูเหมือนว่าจะเ…

จุดอ่อนของยักษ์ค้าปลีก / โดย คนขายของ

ก่อนยุคต้มยำกุ้งในปี 1997 หุ้นค้าปลีกยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไรนัก จนกระทั้งหลังวิกฤตเกิดการควบรวมกิจการของค้าปลีกไทยกับต่างชาติ ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาการบริหารการจัดการ ตามมาด้วยการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ทำให้หุ้นค้าปลีกในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ในขณะที่หุ้นค้าปลีกของไทยยังคงสามารถทรงราคาอยู่ได้ในระดับสูง แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่าราคาหุ้นค้าปลีกระดับโลกบางบริษัทกลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่อ่อนตัวกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด เป็นไปได้หรือไม่ว่า กิจการที่นักลงทุนเคยเชื่อว่าแข็งแกร่งดุจหินผา รับเงินสดก่อนแล้วค่อยจ่ายซัพพลายเออร์ในอีก 60-90 วันถัดไป กำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัว และเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งรายใหม่ที่เล็กกว่า แต่ปรับตัวได้รวดเร็วกว่า ค้าปลีกยักษ์ใหญ่จะยังคงขยายตัวได้ในระดับสูงหรือไม่? และอุปสรรคสำคัญคืออะไร?



กิจการค้าปลีกขนาดยักษ์มักมีจุดเริ่มจากการประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาค เสร็จแล้วจึงขยาย ไปในระดับประเทศ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่กิจการขยายได้รวดเร็วมาก ราคาหุ้นก็ตอบสนองไปในทิศทางเดียวกันปัญหาของค้าปลีกขนาดยักษ์มักเริ่มเกิดขึ้นเมื่อกิจการในประเทศดู…

หุ้นเล็กแสนล้าน / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว  Trinh Van Quyet ประธานบริษัท FLC Group และเจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท Faros Construction ในตลาดหุ้นเวียตนาม วัย 41 ปี ได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในตลาดหุ้นเวียตนามด้วยมูลค่าหุ้นรวมกว่า 50,000 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยจะมีใครรู้จัก  การที่เขากลายเป็นบุคคลที่ “มั่งคั่งที่สุด” ใน  “ชั่วข้ามคืน”  นั้น  เป็นเพราะหุ้นบริษัทก่อสร้าง Faros ที่มีชื่อย่อของหุ้นว่า  ROS ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดเมื่อเดือนกันยายน 2016  มีราคาเพิ่มขึ้น 10 เท่าเป็นประมาณ 170 บาทต่อหุ้นภายในเวลา 3 เดือน  หุ้น ROS ยัง “ร้อนแรง” ต่อมาจนถึงวันนี้และมีราคาประมาณ  240 บาทต่อหุ้น  Market Cap. หรือมูลค่าตลาดของหุ้น ROS สูงถึงประมาณหนึ่งแสนล้านบาทไทยและมีส่วนที่มีนัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นโฮจิมินเพิ่มขึ้นมากและเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ด้วย  หุ้น ROS ใหญ่โตติดอันดับ 1 ใน 10 หุ้นที่ใหญ่ที่สุดของตลาดและมี Market Cap. ประมาณ 4-5% ของตลาด  การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นมีส่วนต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดที่ทุกคนต้องจับตามอง

แต่ใน “โลกของความจริง” ที่อิงอยู่กับพื้นฐานทางธุรกิจนั้น  หุ้…

มูลค่าผู้บริหารชั้นยอด / โดย คุณวีระพงษ์ ธัม

หากเปรียบบริษัทคือร่างกาย ผู้บริหารก็คือมันสมองซึ่งเป็นกลไกหลักของการ “ตัดสินใจ” ทางธุรกิจ ผู้บริหารมีมูลค่า “สูงมาก” เพราะสามารถกำหนดชะตาชีวิตของบริษัทได้ด้วยการตัดสินใจเพียงไม่กี่ครั้ง การวิเคราะห์ผู้บริหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ และถ้ายิ่งศึกษา เราจะพบว่าสองปัจจัยที่สร้าง “มูลค่า” ให้ผู้บริหาร คือ Vision หรือ “วิสัยทัศน์” ซึ่งมากถึงการ “มองอนาคต” ไกลกว่าคนอื่น และ “Execution” หรือการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ สิ่งนี้ไม่มีบันทึกอยู่ในงบการเงิน แต่เราสามารถลองศึกษาจากประวัติศาสตร์ดูว่าทั้งสองสิ่งนี้มีมูลค่ามากแค่ไหน

            บริษัทแรกคือ Microsoft (MSFT) ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารอย่างบิล เกตต์ สร้างธุรกิจในปี 1975 เขามองเห็นอนาคตว่า PC หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจะมีใช้อยู่ในทุกบ้าน จากต้นกำเนิดระบบปฏิบัติการ DOS มาสู่ Windows 3.1, 95 และสร้างโปรแกรมที่ขายดีตลอดกาลอย่าง Office วิสัยทัศน์ในวันนั้นของบิล เกตต์ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นได้มหาศาล ราคาหุ้นขึ้นจาก IPO ปี 1986 ที่ 21 เหรียญ และถูกแตกพาร์ 8 ครั้งราคาในวันที่บิล เกตต์เกษียณเทียบเท่าประมาณเกือบ 8,000 เหรียญ นี่…

ปรุงกำไร / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ตัวเลข “กำไรสุทธิ” ของบริษัทจดทะเบียนนั้น  บางครั้งมันก็อาจจะไม่ใช่ตัวที่ชี้ว่าบริษัทกำลังทำผลงานทางธุรกิจได้ดีและจะโตขึ้นเรื่อย ๆ  ในระยะยาว  แต่พอบริษัทมีกำไรเติบโตโดดเด่น  โดยเฉพาะติดต่อกันมาซัก 2-3 ปีหรือบางทีน้อยกว่านั้นด้วย  ราคาหุ้นก็วิ่งขึ้นไปสูงลิ่วจนไม่น่าเชื่อ   ซึ่งก็จะทำให้คนที่มีหุ้นมากหรือคนที่ซื้อหุ้นไว้ก่อนสามารถทำกำไรจากหุ้นได้มหาศาลในระยะสั้น  ดังนั้น  กำไรของบริษัทจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนในแวดวงตลาดหุ้นสนใจกันมากที่สุดตัวหนึ่ง  เพราะมันทำให้รวยหรือเจ๊งได้

เหตุผลที่ตัวเลขกำไรสุทธิในระยะสั้นอาจจะไม่ใช่เครื่องบ่งบอกความดีของบริษัทในระยะยาวนั้น  อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเลข “กำไร”  นั้น  เป็นตัวเลข  “ทางบัญชี”  ที่บางส่วนขึ้นอยู่กับ  “ความเห็น” ของผู้บริหารและเจ้าของหุ้นที่มีอำนาจในการจัดการบริษัทด้วย   และกิจการหลายอย่างนั้น  ความเห็นที่แตกต่างก็อาจจะทำให้กำไรแตกต่างกันได้มาก  เช่น  ถ้ามีความเห็นแบบหนึ่งก็กำไรมาก  แต่ถ้ามีความเห็นอีกแบบหนึ่งก็อาจจะทำให้บริษัทขาดทุนได้  เรียกว่ากำไรนั้นสามารถ  “ปรุงแต่ง”  ได้โดยความเห็นของฝ่ายจัดการและเจ้าของหุ้นที่มีอำนาจ—ในระยะสั้น

แรงจูงใจที…

Too good to be true โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

คนที่อยู่ในตลาดหุ้นมานานและติดตามศึกษาหุ้นตลอดเวลารวมทั้งพยายามจดจำกรณีศึกษาหุ้นที่น่าสนใจและมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ  ก็มักจะพบหุ้นกลุ่มหนึ่งที่  “เคย” เป็นหุ้นที่โดดเด่นสุดยอดในแง่ของการที่หุ้นมีราคาปรับตัวขึ้นไปสูงสุดยอดในเวลาอันสั้น  บางทีกว่า 10 เท่าในเวลาเพียง 2-3 ปี  และนี่ไม่ใช่หุ้น “Turnaround” ที่หุ้นฟื้นตัวจากวิกฤติที่บริษัทเกือบเอาตัวไม่รอดและมูลค่าหุ้นเหลือเพียงน้อยนิดราคาหุ้นเป็นเศษสตางค์   แต่เป็นหุ้นธรรมดา ๆ ขนาดย่อม ๆ   ที่อยู่ ๆ  ก็มีราคาวิ่งขึ้นมหาศาลจนบางทีมีมูลค่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทกลายเป็นหุ้นขนาดกลางหรือใหญ่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกลายเป็น  “หุ้นนางฟ้า”   ปรากฏการณ์แบบนี้บ่อยครั้งเกิดขึ้นเนื่องจากผลประกอบการที่โตขึ้นอย่าง “ก้าวกระโดด”  เช่นโตขึ้นกว่า 30-50% เมื่อเทียบกับปีก่อนไตรมาศต่อไตรมาศและดำเนินต่อกันมาหลายไตรมาศ  บางบริษัทเป็นเพราะมีการเปิดดำเนินการของธุรกิจใหม่ที่  “มีอนาคตที่สดใส” และเป็น “เมกาเทรนด์” ที่อาจจะดำเนินต่อไปอีกนาน  แต่บางบริษัทก็เป็นเพราะมีการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่ “มีขนาดใหญ่แบบไม่จำกัด” ซึ่งทั้งสองกรณีทำให้บริษัทถูก…